"ผ่านไปเร็ว" กับ "จำไม่ได้" เป็นคนละเรื่องกัน
พอรู้สึกว่าหลายเดือนผ่านไปแวบเดียว ก็มักจะคิดไปว่า
หรือว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย
หรือว่าเราเสียเวลาไปเปล่า ๆ
หรือว่าความทรงจำหายไปบางช่วง
แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย
พอมองย้อนกลับไปที่เดือนพฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม แต่ละเดือนมีเรื่องราวของตัวเองทั้งนั้น
พฤษภาคม (5)
- ชีวิตส่วนตัวมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
- เริ่มทบทวนชีวิตของตัวเอง
- เริ่มเขียนบทความ
- เริ่มทำแอปคู่มือขั้นตอนการทำงาน (แอปที่รวบรวมวิธีทำงานเป็นขั้นตอนไว้เป็นคู่มือ)
- เริ่มมองปัญหาในที่ทำงานเป็นเรื่องของโครงสร้าง ไม่ใช่เรื่องที่เข้ากันได้หรือไม่ได้ของแต่ละคน
- เริ่มจดบันทึก (log)
มิถุนายน (6)
- ทำแอปคู่มือขั้นตอนการทำงานต่อ
- ทำแอปอีกตัวหนึ่งด้วย
- ทำงานวิดีโอคืบหน้า
- จัดระเบียบปัญหาในที่ทำงาน
- รวบรวมบันทึกที่เกี่ยวกับการคุกคามในที่ทำงาน
- ยื่นให้ฝ่ายให้คำปรึกษาของบริษัท
- ผลักดันเรื่องการย้ายแผนกให้ก้าวไปข้างหน้า
- วางเกณฑ์สำหรับการเปลี่ยนงาน
กรกฎาคม (7)
- ทิศทางของการย้ายแผนกชัดเจนขึ้น
- เริ่มหางานใหม่
- เล่นเกม
- ไปกินมื้อกลางวันที่โรงแรม
- กินราเม็ง
- เดินเล่นตามทุ่งนาและสวนสาธารณะ
- เก็บเพลงที่ชอบมาเป็นจำนวนมาก
- จัดระเบียบรสนิยมทางดนตรีตามนักประพันธ์เพลง
- เปลี่ยนอาการผิดปกติของร่างกายให้กลายเป็นการไปหาหมอ
- นิสัยการหยุดวนคิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ (rumination) เริ่มอยู่ตัว
ดังนั้นมันไม่ใช่ช่วงที่ว่างเปล่า
ตรงกันข้าม แต่ละเดือนเราทำอะไรที่ต่างกันพอสมควรเลย
ที่รู้สึกว่าผ่านไปแวบเดียว ไม่ใช่เพราะมีเรื่องเกิดขึ้นน้อย
เรื่องมากมายถูกบีบอัดให้เป็นงานใหญ่ก้อนเดียว
ในช่วงไม่กี่เดือนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย
แต่ในหัว ทุกเรื่องกลับอยู่ในกล่องใบใหญ่ใบเดียวที่ชื่อว่า
ช่วงที่กำลังสร้างชีวิตขึ้นมาใหม่
- การเลิกรา
- ปัญหาในที่ทำงาน
- การย้ายแผนก
- การเปลี่ยนงาน
- สุขภาพ
- มุมมองเรื่องความรัก
- มุมมองเรื่องการแต่งงาน
- การพัฒนาแอป
- การเขียนบทความ
จริง ๆ แล้วเป็นหัวข้อที่แยกจากกัน
แต่เกือบทุกวันเราอยู่ที่เดิม ใช้อุปกรณ์เครื่องเดิม คุยกัน จดบันทึก แล้วเปลี่ยนเป็นบทความต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ
ความทรงจำเรื่องเวลาจึงรวมทุกอย่างเป็นบทเดียวว่า
ตั้งแต่พฤษภาคมถึงกรกฎาคม ประชุมเรื่องชีวิตตัวเองมาตลอด
พอรวมเป็นบทเดียว ช่วงเวลาทั้งหมดก็รู้สึกสั้นลง
ไม่ใช่เพราะเนื้อหาน้อย
แต่เป็นเพราะเรื่องมากมายถูกจัดระเบียบจนเป็นโครงสร้างมากเกินไป เลยถูกบีบอัดเป็นบทเดียว
ที่ผ่านไปแวบเดียวแต่ยังจำได้ เพราะเราจำเป็นโครงสร้าง
เราไม่ได้จำเหตุการณ์ทีละคำทีละประโยค
ในหัวมีโครงกระดูกของเหตุและผลอยู่
ยกตัวอย่างเรื่องที่ทำงาน
รู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ
→ เริ่มจดบันทึก
→ แยกประเภทคำพูดและเหตุการณ์
→ จัดเป็นปัญหาการบริหารและการคุกคาม ไม่ใช่เรื่องชอบหรือไม่ชอบส่วนตัว
→ เปลี่ยนเป็นเอกสารและรายการ
→ ยื่นให้ฝ่ายให้คำปรึกษา
→ ผลักดันไปจนถึงการย้ายแผนก
เรื่องราวถูกเก็บไว้เป็นลำดับแบบนี้
พอมีโครงกระดูกนี้ ก็ดึงรายละเอียดกลับมาได้
ช่วงเวลาทั้งหมดเป็นกล่องใบเดียวชื่อ "ช่วงที่ผลักดันเรื่องย้ายแผนกจนสำเร็จ"
แต่ในกล่องมีโฟลเดอร์ที่จัดเรียงไว้เรียบร้อย
เพราะอย่างนี้ สองประโยคนี้จึงเป็นจริงได้พร้อมกัน
ผ่านไปเร็วมาก
แต่เรื่องตอนนั้นยังเล่าได้ค่อนข้างละเอียด
เวลาไม่ได้หายไป
เวลาถูกบีบอัด ส่วนเนื้อหาถูกจัดเป็นโครงสร้างและยังอยู่ครบ
ถ้าเรียกแต่ละเดือนได้ด้วยประโยคเดียว เวลาช่วงนั้นก็จะเป็นบทที่แยกออกมา
งานอดิเรกในบ้านแม้จะเติมเต็มแค่ไหน เส้นแบ่งระหว่างเดือนก็มักจะเลือนลาง
เล่นเกม
ฟังเพลง
เขียนบทความ
ทำแอป
ทุกอย่างมีเนื้อหาแน่น
แต่เพราะอยู่ที่เดิมและแต่ละวันดูคล้ายกัน พอย้อนมองทีหลังก็ง่ายที่จะรวมเป็นกล่องเดียว
สิ่งที่ช่วยได้คือการถามตัวเองว่า
เรียกเดือนนี้ด้วยประโยคเดียวได้ไหม
ตัวอย่างเช่น
- พฤษภาคม: เดือนที่พังลง แล้วเริ่มจดบันทึกชีวิต
- มิถุนายน: เดือนที่ลงมือสร้าง ทำให้โครงสร้างมองเห็นได้ และขยับเรื่องย้ายแผนก
- กรกฎาคม: เดือนที่ไล่เก็บงานค้าง แล้วดึงชีวิตประจำวันกลับมา
จะเจาะจงกว่านี้ก็ได้
กรกฎาคมคือเดือนของมื้อกลางวันที่โรงแรม Ririnku (เกมที่เล่น) และการรู้ว่าเพลงที่ชอบจริง ๆ คืออะไร
แค่นี้กรกฎาคมก็ไม่ใช่ "เดือนที่ได้แต่รอ" อีกต่อไป
ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวไกลหรือไปดิสนีย์แลนด์
ขอแค่มีหัวเรื่องหนา ๆ เดือนละหนึ่งหัวข้อ
แล้วแขวนสิ่งเหล่านี้ไว้ข้างใต้
- เกม
- กินข้าวนอกบ้าน
- เดินเล่น
- ดนตรี
- ผลงานที่ทำ
ต่อให้เป็นเดือนที่อยู่ในบ้านเป็นหลัก เดือนนั้นก็ยังยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ปลายเดือนจดแค่ 4 หัวข้อก็พอ
ไม่ต้องเขียนไดอารีเยอะ ๆ ทุกเดือน
แค่ 4 อย่างต่อไปนี้ก็พอ
ชื่อของเดือนนี้
เรียกเดือนนั้นด้วยประโยคเดียว
ฉากหนึ่งของเดือนนี้
จดรูปถ่าย ทิวทัศน์ หรือบทสนทนาที่ติดอยู่ในใจ
3 สิ่งที่ทำในเดือนนี้
จะปนกันทั้งงานสร้างสรรค์ การเล่น และงานประจำก็ได้
เพลงประจำเดือนนี้
เลือกเพลงที่เป็นตัวแทนความรู้สึกของเดือนนั้น
แค่นี้ก็ช่วยให้โอกาสที่จะรู้สึกทีหลังว่า "ทุกเดือนเหมือนกันหมด" ลดลง
สรุป
การที่หลายเดือนผ่านไปแวบเดียว ไม่ได้แปลว่าไม่เหลืออะไรเลย
ไม่กี่เดือนนี้
- เนื้อหาเยอะ
- คิดทุกวัน
- จัดการเป็นงานใหญ่ก้อนเดียว
- เปลี่ยนเป็นบันทึกและบทความ
- จำเป็นโครงสร้างของเหตุและผล
เวลาจึงรู้สึกสั้น แต่เนื้อหายังเหลืออยู่อย่างเข้มข้น
พูดสั้น ๆ ก็คือ
ช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ทุกขั้นตอนถูกจัดเป็นโครงสร้างและเก็บไว้ครบ
