ตอนแรกกะว่าจะเปิดเกมเล่นสักหน่อย
ผ่านไปไม่กี่นาที กลับกำลังถาม AI ว่า “ทำให้ตาของคนในรูปมองตามเมาส์ได้ไหม?” ตั้งใจจะเล่นเกมแท้ ๆ แต่ดันมานั่งออกแบบเกมเอง เปลี่ยนสายอาชีพเร็วไปหรือเปล่าเนี่ย
เมื่อก่อนความสนุกอยู่ที่ได้เห็นผลงานสำเร็จ แต่ตอนนี้บางทีระหว่างทำกลับสนุกกว่า คิดไอเดียขึ้นมา ไปหาวิธี ลองทำ เห็นมันโผล่บนหน้าจอ “เฮ้ย ได้จริงด้วย!” แล้วก็คิดต่อทันทีว่า “งั้นอย่างนี้ล่ะ?” ไม่มีใครแจกเควสต์ แต่เควสต์ใหม่เด้งขึ้นมาไม่หยุด
กลัวหนังผี แต่ดันอยากทำเกมผี
บางคนไม่ชอบดูอะไรน่ากลัว แต่กลับอยากลองสร้างเกมสยองขวัญสักครั้ง แทนที่จะเริ่มด้วยการวาดหน้าผี ก็ไปหาคำตอบก่อนว่า “จริง ๆ แล้วคนเรากลัวอะไรกันแน่?”
คนในภาพธรรมดาเริ่มหันมามองเรา ดวงตามองตามจุดที่แตะบนหน้าจอ ใบหน้าที่อยู่ไกล ๆ ค่อย ๆ เข้ามาใกล้ทุกครั้งที่ตอบคำถาม หรือรูปเดิมจากตอนเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไปจนไม่น่าไว้ใจ
ความสนุกไม่ได้มีแค่ทำหน้าผีให้น่ากลัว แต่เป็นการกลับด้านความรู้สึก จากที่คิดว่าเรามองภาพอยู่ กลายเป็นภาพนั้นกำลังมองเราคืน คนที่ไม่ชอบโดนหลอกให้ตกใจ ก็อาจชอบคิดว่าอะไรทำให้คนกลัวได้เหมือนกัน
แม้แต่การค้นข้อมูลก็เหมือนทำเควสต์
เกมทั่วไปมีเป้าหมายและกติกาที่ผู้สร้างวางไว้ เกมโลกเปิดอาจให้อิสระมาก แต่ก็ยังมีขอบเขตของมัน
แต่ถ้าเราสร้างเอง เราเปลี่ยนเป้าหมายระหว่างทางได้ จากแบบทดสอบดูภาพอาจกลายเป็นเรื่องผี จากความตั้งใจทำเว็บไซต์อาจเผลอไปอ่านเรื่องความรู้สึกเวลาโดนจ้อง แล้วความรู้ที่ได้ก็กลายเป็นลูกเล่นใหม่
AI ช่วยให้ลองทำต้นแบบบนหน้าจอได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าพูดครั้งเดียวแล้วเสร็จ ต้องลอง ตรวจ และแก้สิ่งที่ยังไม่ทำงานอยู่ดี ถึงอย่างนั้นการแก้ปัญหาก็เหมือนผ่านด่านใหม่ได้
ที่สำคัญคือไม่ได้คิดไอเดียไปเรื่อย ๆ อย่างเดียว พอลองทำชิ้นเล็ก ๆ จนเสร็จจริงและเห็นว่ามันใช้ได้ ไอเดียต่อไปก็เริ่มดูเป็นไปได้มากขึ้น
ตอนเล่นเกม เราหาความสนุกในโลกที่คนอื่นสร้างไว้ แต่ตอนลงมือสร้าง เราตัดสินใจเองได้ด้วยว่าความสนุกครั้งต่อไปคืออะไร
ไม่มีฉากจบตายตัว ไม่มี NPC มาแจกภารกิจ แต่พอเล่นสนุกเสร็จ ยังมีผลงานจริงเหลืออยู่หนึ่งชิ้น
ส่วนเกมที่ตั้งใจจะเปิดตอนแรกน่ะเหรอ? ยังไม่ได้เปิดเลย
