แฟนมีธุระกับครอบครัว ส่วนฉันก็อยากเจอเธอ แทนที่จะขอให้เธอยกเลิกธุระ ฉันกลับคิดว่าจะมีกิจกรรมไหนที่ทำด้วยกันได้บ้าง คิดไปคิดมา ความรักครั้งนี้ก็มีฝ่ายวางแผนเดตขึ้นมาอย่างเป็นทางการ พนักงานมีอยู่คนเดียว คือฉันเอง
จากวันที่ว่าง กลายเป็นวันที่มีธุระ
ตอนแรกเธอบอกว่าวันนั้นไม่มีแผน ฉันเลยชวนออกไปเที่ยว แต่ต่อมาเธอต้องช่วยคนในครอบครัวเรื่องเรียน
เข้าใจแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นกิจกรรมอื่นล่ะ? ฉันลองเสนออีกทาง แต่วันนั้นก็ยังไม่สะดวก เธอเลยเสนอวันอื่นแทน และเป็นฝ่ายขอโทษเองที่ช่วงนี้ตารางแน่นจนให้เวลากับการเจอกันได้ไม่มากนัก
สมองเข้าใจดี แต่หัวใจเหมือนถือป้ายประท้วงเล็ก ๆ ว่า “ก็ฉันอยากเจอเธอนี่นา!”
ไม่ได้อยากแย่งเวลา แค่อยากใช้เวลาร่วมกัน
ตอนแรกฉันคิดว่าตัวเองแค่อยากถูกให้ความสำคัญมากขึ้น แต่พอคิดต่อก็พบว่า ความต้องการจริง ๆ ต่างออกไปนิดหน่อย
ถ้าเธออยากไปที่ไหน เราไปด้วยกันได้ไหม? ถ้าเธออยากทำอะไร ฉันร่วมทำได้หรือเปล่า? บางทีธุระเดิมอาจกลายเป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันก็ได้
ฉันไม่ได้อยากเพิ่มช่องใหม่ในปฏิทินเสมอไป แต่อยากรู้ว่าช่องเดิมจะใส่คนสองคนได้ไหม
แน่นอนว่ามีข้อจำกัด การมีแฟนมานั่งอยู่ด้วยตอนสอนหนังสือคนในครอบครัวอาจทำให้เสียสมาธิ ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดทั้งหมดว่ามีข้อตกลงอะไรอยู่ บางเรื่องเธอต้องจัดการเอง
แต่ถ้ากิจกรรมไหนทำร่วมกันได้ สมองฉันก็พร้อมกดปุ่ม “รวมกิจกรรม” ทันที น่าเสียดายที่ชีวิตจริงไม่มีปุ่มนี้
โรงงานผลิตคำชวนในหัวไม่เคยหยุด
ฉันนึกถึงเลอจัตจากมังงะ Hyperinflation ตัวละครที่คิดสารพัดวิธีเพื่อชวนอีกคนทำกิจกรรมด้วยกัน ในเรื่องเขามีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ แต่เหตุผลของฉันเรียบง่ายกว่านั้นมาก
ก็แค่อยากเจอแฟน
เจอสถานที่น่าสนใจก็ชวน คิดกิจกรรมที่ทำด้วยกันได้ก็ชวน ถ้าแผนหนึ่งไม่เหมาะ สมองก็เปิดแผนใหม่
แต่ทุกคำชวนต้องเปิดทางให้ปฏิเสธได้จริง ฉันมีสิทธิ์เสนอ เธอก็มีสิทธิ์ปฏิเสธ ความคิดสร้างสรรค์จะหมดความน่ารักทันทีถ้ากลายเป็นการกดดัน
ทำไมเธอไม่ค่อยชวนก่อน? หรือฉันเร็วเกินไปเอง
ฉันเคยคิดว่าเป็นฝ่ายชวนอยู่คนเดียว
แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ฉันชวนเร็วมากจริง ๆ
เห็นที่น่าสนใจก็ส่งข้อความ คิดวันได้ก็เสนอ แถมบางครั้งเตรียมแผนสำรองแล้วด้วย เธออาจยังไม่ทันได้เริ่มชวนเลย
ดังนั้นจำนวนครั้งที่เธอเริ่มชวนไม่ได้บอกความรู้สึกทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องหายเงียบเพื่อทดสอบกัน ดูดีกว่าว่าเราหาเวลาที่ตรงกันได้ไหม และเธอเสนอวันอื่นเมื่อไม่สะดวกหรือเปล่า
เธอกล้าบอกความต้องการ ฉันก็บอกว่าคิดถึงได้
ครั้งนี้เธอเสนอวันใหม่ ขอโทษด้วยตัวเอง แล้วบอกว่าชอบที่สามารถพูดความต้องการตรง ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าฉันจะไม่ชอบเธอ
ได้ยินแล้วดีใจจริง ๆ แสดงว่าการเคารพการตัดสินใจของเธอมีความหมายสำหรับเธอ
ขณะเดียวกัน ฉันก็บอกได้ว่าอยากเจอกันมากขึ้น ถ้าวันที่นัดใหม่ถูกเลื่อนซ้ำ ๆ เราควรคุยเรื่องเวลาของเราสองคน แทนที่จะไปโทษครอบครัว
คิดเรื่องตารางเวลา ครอบครัว และการชวนอยู่ตั้งนาน สุดท้ายเหลือคำตอบสั้น ๆ ว่า
อยากเจอเธอ
ประชุมวางแผนกันยาวมาก แต่เป้าหมายมีแค่นี้เอง
