พิมพ์ “555” ท้ายแชตคือการเยาะเย้ยไหม? เมื่อคำว่า “ดูแลตัวเองด้วย” ทำเพื่อนทะเลาะกัน

วิธีใช้เครื่องมืออ่าน

ฟังจะอ่านบทความออกเสียง อ่านเร็วแสดงวลีทีละช่วงตามความเร็วที่เลือก ฝึกภาษาใช้เปรียบเทียบบทความฉบับแปลที่มีอยู่ บันทึกจะเก็บบุ๊กมาร์กในเบราว์เซอร์นี้ และเปิดอีกครั้งได้จากรายการที่บันทึกในเครื่องเล่น

แชร์บทความนี้

แชร์บทความนี้

โฆษณา
โฆษณา

คำอธิบาย: คนหนึ่งแสดงความห่วงใย แต่อีกคนกลับรู้สึกว่าถูกผลักไส ส่วนเสียงหัวเราะในข้อความก็ถูกมองว่าเป็นการดูถูก ทำไมแค่แชตไม่กี่บรรทัดถึงทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน?

“พักผ่อนด้วยนะ” เป็นคำพูดธรรมดาเมื่อเพื่อนบอกว่าเหนื่อยและอยากนอน แต่บทสนทนาระหว่างเพื่อนในญี่ปุ่นกลับบานปลายจากคำห่วงใยไปเป็นการทะเลาะกัน คนหนึ่งบอกว่าง่วงระหว่างมีประจำเดือน อีกคนตอบด้วยความเป็นห่วง หลังจากนั้นทั้งคู่กลับรู้สึกว่าตัวเองถูกอีกฝ่ายปฏิเสธ

ทำไมคำห่วงใยถึงฟังเหมือนการไล่?

คนที่ง่วงอธิบายว่าไม่ได้ป่วย และใส่สัญลักษณ์เสียงหัวเราะท้ายประโยค ต่อมาเจ้าตัวบอกว่าคำว่า “ดูแลตัวเองด้วย” ทำให้รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังตัดบทและผลักออกไป

คำห่วงใยบางครั้งใช้ปิดการสนทนาจริง คนที่กลัวถูกทิ้งอาจรู้สึกใจหายได้ แต่การจบแชตเพื่อให้เพื่อนไปพัก ไม่เท่ากับการเลิกคบเพื่อน สิ่งที่ควรทำก่อนคือถามว่าตั้งใจสื่ออะไร

“555” ไม่ได้หมายถึงหัวเราะเยาะเสมอไป

ฝ่ายที่เป็นห่วงกลับรู้สึกไม่ดีเมื่อคำตอบมีเสียงหัวเราะ เหมือนความตั้งใจดีถูกเอาไปล้อเล่น

สำหรับคนไทย “555” อาจหมายถึงขำจริง ๆ ใช้ลดความเกร็ง หรือบางครั้งก็ฟังประชด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ส่วนในการแชตภาษาญี่ปุ่น งานวิจัยปี 2023 ที่ศึกษาบทสนทนา 68 ชุดพบว่าสัญลักษณ์เสียงหัวเราะมีหลายหน้าที่ รวมถึงทำให้คำพูดฟังนุ่มนวลขึ้น

งานวิจัยนี้บอกเจตนาของคนในภาพไม่ได้ แต่ทำให้เห็นความเป็นไปได้อีกแบบ เช่น คนส่งอาจคิดว่า “ไม่ได้ป่วยนะ 555” ฟังอ่อนโยนกว่า “ไม่ได้ป่วย” ล้วน ๆ ตั้งใจใส่เบาะรองรับคำพูด แต่คนอ่านกลับรู้สึกเหมือนโดนโยนเบาะใส่หน้า

ทั้งสองคนตีความเร็ว แต่ผลของการตอบโต้ไม่เท่ากัน

ฝ่ายที่เป็นห่วงตอบทำนองว่า ต่อไปจะไม่พูดแบบนี้อีก คนที่ง่วงจึงยิ่งกลัวถูกตัดขาดและขอโทษ ทว่าเรื่องกลับบานปลายเป็นการตำหนินิสัยของอีกฝ่าย

คนหนึ่งอ่านคำห่วงใยเป็นการปฏิเสธ อีกคนอ่านเสียงหัวเราะเป็นการดูถูก ต่างฝ่ายต่างเดาใจเร็วเกินไป แต่การเข้าใจข้อความผิดกับการโจมตีตัวบุคคลเป็นคนละเรื่องกัน

หากมีคำว่า “ขอบใจที่เป็นห่วง” อาจช่วยได้ แต่การไม่ได้พูดขอบคุณก็ไม่ได้แปลว่าตั้งใจเยาะเย้ย

พอเอาเรื่องส่วนตัวไปลงโซเชียล ความเสียหายก็เพิ่มขึ้น

เมื่อบางส่วนของแชตถูกเผยแพร่ ผู้โพสต์ยังวิจารณ์เพื่อนต่อและไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับ ถ้าขอโทษก็ผิด เงียบก็ผิด อีกคนจะมีพื้นที่ปลอดภัยให้ตอบอย่างไร?

ผู้โพสต์บอกว่าความไม่พอใจสะสมมานาน แต่ข้อความเพียงบางส่วนยังไม่พอจะสรุปว่าใครแสร้งเป็นเพื่อน หรือวินิจฉัยสภาพจิตใจของใคร

คำอธิบายสั้น ๆ อย่าง “เราแค่อยากให้เธอพัก” หรือ “เราใส่เสียงหัวเราะเพราะไม่อยากพูดแข็ง” อาจหยุดเรื่องไว้ได้ตั้งแต่แรก การเลิกคบเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่เมื่อทะเลาะกันต่อหน้าคนทั้งอินเทอร์เน็ต การกลับมาไว้ใจกันย่อมยากขึ้น

เริ่มจากคำว่า “ดูแลตัวเองด้วย” สุดท้ายกลายเป็นมิตรภาพที่ต้องเข้าห้องฉุกเฉินเสียเอง

แหล่งข้อมูล: งานวิจัยสัญลักษณ์หัวเราะใน LINE (2023) และ งานวิจัยเสียงหัวเราะใน WhatsApp (2019)

แชร์บทความนี้

หากบทความนี้มีประโยชน์ คุณสามารถสนับสนุนเว็บไซต์ได้ สนับสนุน

โฆษณา

อีกสักเรื่องไหม มีอะไรสนุก ๆ บ้าง

อ่านจบแล้วก็ลองต่อเลย: เรื่องใกล้เคียงไม่กี่เรื่อง และเรื่องที่ต่างไปเลยแต่สนุก

  1. เรื่องใกล้เคียงทำไม "ในฐานะสามี" "ในฐานะแฟน" "ในฐานะครอบครัว" ถึงเป็นต้นเหตุของการทะเลาะกัน
  2. ฮิโซกะ โรคจิตขนาดนี้ แต่ทำไมเป็น "รุ่นพี่ใจดี" ได้ขนาดนี้ ภาพโค้ชที่จริยธรรมพังจากอาร์กเกาะ Greed Island
  3. ต่างไปเลย แต่สนุกเมนูคอลแลบ ถ้าแทบเปลี่ยนแค่ชื่อแต่ขายได้ ก็ถือว่าชนะไหม? — ทำไมโมเดล Joyfull ที่ไม่ทำ “คอนยัครูปตัวละคร” ถึงแข็งแรง
  4. ร่างกายมนุษย์ใช้งานยากเกินไปทำไมไม่มีค่าสเตตัส “พละกำลัง +1” อันเดียว
  5. กินผักก่อนเน่าใช้ร้านใกล้บ้านเป็น “ครัวภายนอก”

วันนี้อ่านเรื่องนี้

แต่ละบทความตอบคำถามที่ผู้อ่านบทความนี้มักสงสัยต่อ

ดูบทความทั้งหมดบทความเรื่อง เพื่อนและการคบหา เพิ่มเติม

หาบทความอื่น

บทความทั้งหมด

Mendoi-chan

ผู้ดูแลเว็บไซต์

Mendoi-chan

เรียบเรียงความยุ่งยากในที่ทำงานและชีวิตประจำวันให้เป็นโครงสร้างที่ชัดเจนและขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง