คำอธิบาย: การอัปเดตเดือนกันยายน 2026 ส่งผลต่ออุปกรณ์ USB Audio Class 1.0 บางรุ่น บทความนี้แยกอาการที่แก้แล้วออกจากอาการที่ยังค้าง พร้อมวิธีตรวจสอบโดยไม่ลบข้อมูล
หากหูฟัง USB หรืออุปกรณ์เสียงภายนอกเงียบหลังอัปเดตวันที่ 8 กันยายน ให้ตรวจปัญหาที่ Microsoft ยืนยันก่อนซื้ออุปกรณ์ใหม่ ผลกระทบเกิดกับ USB Audio Class 1.0 บางรุ่น การอัปเดตฉุกเฉินวันที่ 14 กันยายนแก้เสียง 8 ช่องและ 3D แล้ว แต่ รหัส 10 และอาการไม่มีเสียงทั้งหมดยังอยู่ระหว่างแก้ไข ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2026[1][2][3]
หมายเลขอัปเดตตามรุ่น Windows
| Windows 11 | 8 ก.ย. | แก้ไขบางส่วน 14 ก.ย. | 13 ต.ค. |
|---|---|---|---|
| 24H2 และ 25H2 | KB5124008 | KB5129195 | KB5127648 |
| 26H1 | KB5124012 | KB5129194 | KB5127646 |
Windows รุ่นอื่นอาจได้รับผลกระทบด้วย แต่ต้องใช้หมายเลข KB ให้ตรงรุ่น อุปกรณ์ USB ทุกตัวไม่ได้ใช้มาตรฐาน Class 1.0 ส่วน Bluetooth และลำโพงในเครื่องควรตรวจแยกต่างหาก[1][2][4]
อาการที่ยืนยันและวิธีตรวจ
ตัวจัดการอุปกรณ์อาจแสดงข้อความว่าเริ่มอุปกรณ์ไม่ได้ (รหัส 10) รวมถึงไม่มีเสียง ระดับเสียงค้างที่ศูนย์ การตั้งค่าเสียงไม่ตอบสนอง หรือสเตอริโอทำงานได้แต่ 8 ช่อง/3D ใช้ไม่ได้ การเกิดหลังอัปเดตเป็นเพียงเบาะแส[1][2]
- เปิด การตั้งค่า → Windows Update → ประวัติการอัปเดต จด KB และใช้
winverตรวจรุ่น Windows - เปิด ตัวจัดการอุปกรณ์ → ตัวควบคุมเสียง วิดีโอ และเกม ดูคุณสมบัติอุปกรณ์ USB ว่ามีรหัส 10 หรือไม่ และตรวจมาตรฐานจากผู้ผลิต
- เปิด การตั้งค่า → ระบบ → เสียง ตรวจเอาต์พุต การปิดเสียง และระดับเสียง จบการโทรหรือบันทึกเสียงก่อนลองช่อง USB อื่น[5]
วิธีรับมือตามอาการ
| อาการ | สิ่งที่ลองได้ | สถานะ |
|---|---|---|
| สเตอริโอปกติ แต่ 8 ช่อง/3D เงียบ | ใช้ 2 ช่องชั่วคราวหากรองรับและอัปเดต Windows | แก้แล้ว 14 ก.ย. |
| รหัส 10 อุปกรณ์เริ่มไม่ได้ | จดรุ่นและข้อผิดพลาด ลองพอร์ตหรือ PC อื่น | อาการอื่นยังแก้ไขอยู่ |
| เสียงค้างที่ศูนย์หรือการตั้งค่าค้าง | ตรวจเอาต์พุตและใช้เครื่องมือแก้ปัญหาเสียง | ไม่อยู่ในส่วนที่แก้แล้ว |
ผู้ใช้บางรายรายงานว่าเปลี่ยนเป็น 2 ช่องแล้วเสียงกลับมา แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะแก้รหัส 10 หากต้องประชุมทันทีให้ใช้อุปกรณ์เสียงอื่นที่ทำงานได้[1][2]
อัปเดตเดือนตุลาคมแก้ครบหรือยัง?
ยังแก้ได้บางส่วน เอกสาร KB5127648 และ KB5127646 วันที่ 13 ตุลาคมยังระบุปัญหานี้อยู่ Microsoft กำลังจัดการอาการที่เหลือ และยังไม่มีรายชื่ออุปกรณ์ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ ข้อมูลนี้มาจากเอกสารทางการ ไม่ใช่การทดสอบอุปกรณ์จริงของผู้เขียน[1][2]
ระวังการรีเซ็ต
ใช้ Windows Update หรือไดรเวอร์จากผู้ผลิตก่อน การถอนอัปเดตความปลอดภัย ลบไดรเวอร์แบบบังคับ หรือรีเซ็ต Windows อาจกระทบระบบ โปรแกรม การตั้งค่า และไฟล์สำคัญ สำรองข้อมูลและปรึกษาฝ่ายไอทีหากเป็นเครื่องขององค์กร[5]
สรุป
ถ้าเสียเฉพาะเสียง 8 ช่อง/3D ให้ตรวจอัปเดตตั้งแต่ 14 กันยายน แต่ถ้าพบรหัส 10 หรือไม่มีเสียงเลย ให้จดมาตรฐาน USB รุ่น Windows และ KB เพื่อแยกปัญหาที่ยังรอการแก้ไข
เอกสารอ้างอิง (1 รายการ)
[1] Microsoft, October 13, 2026 KB5127648: https://support.microsoft.com/en-us/servicing/os/windows-11/2026/10/kb5127648-windows-11-24h2-25h2-26h2-security-update [2] Microsoft, October 13, 2026 KB5127646: https://support.microsoft.com/en-us/servicing/os/windows-11/2026/10/kb5127646-windows-11-26h1-security-update [3] Microsoft, September 14, 2026 KB5129194: https://support.microsoft.com/en-gb/servicing/os/windows-11/2026/09/kb5129194-windows-11-26h1-security-update [4] Microsoft, Windows release health: https://learn.microsoft.com/en-us/windows/release-health/status-windows-11-24h2 [5] Microsoft, Audio troubleshooting: https://support.microsoft.com/en-us/windows/hardware/audio/fix-sound-or-audio-problems-in-windows

