Scientists Reveal the Hi คืออะไร? แมวทักทายคำเดียว แต่ชาวเน็ตแต่ง Bye เป็นตัวร้าย

หาสิ่งผิดปกติ
วิธีใช้เครื่องมืออ่าน

ฟังจะอ่านบทความออกเสียง อ่านเร็วแสดงวลีทีละช่วงตามความเร็วที่เลือก ฝึกภาษาใช้เปรียบเทียบบทความฉบับแปลที่มีอยู่ บันทึกจะเก็บบุ๊กมาร์กในเบราว์เซอร์นี้ และเปิดอีกครั้งได้จากรายการที่บันทึกในเครื่องเล่น อ่านแบบเกมทุบอิฐจะเปลี่ยนตัวอักษรในบทความเป็นก้อนอิฐให้ทุบเล่น

แชร์บทความนี้

แชร์บทความนี้

โฆษณา
โฆษณา

Description: ต้นกำเนิดมีมแมว Scientists Reveal the Hi และสามแนวคอมเมนต์ Reddit วันที่ 18–20 ตุลาคม 2026 ทั้ง Bye ฝ่ายมืด นักวิทยาศาสตร์ค้นพบตัวเอง และการตามหารูปต้นฉบับ

ภาพแมวสีส้มมาพร้อมพาดหัวเหมือนข่าววิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญว่า “Scientists reveal the Hi” นักวิทยาศาสตร์ได้เปิดเผยคำว่า Hi แล้ว ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ผลการค้นพบคือคำทักทายธรรมดา ช่วงวันที่ 18–20 ตุลาคม 2026 ชาว Reddit ต่อเรื่องให้ Bye เป็นตัวร้าย และให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบนักวิทยาศาสตร์เอง

ภาพนี้เริ่มจากไหน?

Know Your Meme อัปเดตเมื่อ 19 ตุลาคมว่า ในปี 2025 มีภาพล้อข่าว “Scientists reveal the secret” ทั้งเวอร์ชันสุนัขและแมวสีส้ม ภาพแมวเคยใช้ในข่าว BBC เรื่องสีขนแมวด้วย เดือนพฤษภาคม 2026 มีคนเปลี่ยนคำว่า secret เป็น hi ต่อมาเดือนตุลาคม Instagram และ TikTok มีภาพดัดแปลงทั้งเปลี่ยนหน้า กลับสี และเปลี่ยนเป็น bye โดยมีตัวอย่างวันที่ 12 ตุลาคม

นี่ไม่ใช่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์จริง ความขำอยู่ที่การประกาศอย่างยิ่งใหญ่ทั้งที่เนื้อหาเล็กนิดเดียว งานแถลงข่าวจัดเต็ม แต่สไลด์สรุปมีเพียงสองตัวอักษร

คอมเมนต์แต่งภาคต่อสามแบบ

หนึ่ง Bye กลายเป็นฝ่ายมืด ในกระทู้ Reddit วันที่ 18 ตุลาคม ผู้ใช้บางคนสมมติว่าภาพ bye กลับสีคือสิ่งมีชีวิตที่กลายพันธุ์ และแต่งเรื่องคำทำนายกับความลับอันชั่วร้าย ทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งเล่นของชาวเน็ต บทเรียนคำทักทายเพิ่งเริ่ม แต่เนื้อเรื่องถึงศึกสุดท้ายแล้ว

สอง นักวิทยาศาสตร์ค้นพบนักวิทยาศาสตร์ วันที่ 20 ตุลาคม คอมเมนต์ของ r/sssdfg ที่ปรากฏในผลค้นหามีคำว่า “Scientist himself” และมุกว่านักวิทยาศาสตร์เปิดเผยตัวนักวิทยาศาสตร์เอง ผู้วิจัยกลายเป็นสิ่งที่ถูกวิจัย ห้องทดลองน่าจะเริ่มจากกระจกสักบาน

สาม การตามหารูปต้นฉบับก็กลายเป็นการค้นพบ อีกกระทู้ระหว่าง 18–20 ตุลาคมมีการแชร์ภาพแมวเพิ่มเติม พร้อมมุกว่า Hi ไม่เพียงถูกเปิดเผย แต่ยังถูกอุ้มขึ้นมา การตรวจสอบต้นทางก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง

ข้อมูลคอมเมนต์มาจากข้อความในผลค้นหาสาธารณะ ไม่สามารถเปิดอ่านทั้งกระทู้โดยตรง จึงสรุปเฉพาะตัวอย่างที่พบและไม่อ้างว่าเป็นความเห็นของทุกคน

มุกแต่งใหม่: งานแถลงข่าว

ผู้สื่อข่าว: “ค้นพบอะไรครับ?”

นักวิทยาศาสตร์: “Hi”

ผู้สื่อข่าว: “งานต่อไปล่ะ?”

นักวิทยาศาสตร์: “Bye”

ผู้สื่อข่าว: “ใครเป็นหัวหน้าทีม?”

นักวิทยาศาสตร์: “เรากำลังศึกษาว่านักวิทยาศาสตร์คือใคร”

ผู้สื่อข่าว: “ดูรายชื่อพนักงานไม่ได้หรือ?”

นักวิทยาศาสตร์: “อย่าเพิ่งเฉลยตอนจบ”

บทสนทนานี้เป็นมุกที่เขียนขึ้นใหม่ ไม่ใช่คำพูดจริง

สรุป

แมวหนึ่งตัวกับพาดหัวจริงจังทำให้ Hi กลายเป็นงานวิจัย Bye กลายเป็นผู้ร้าย และนักวิทยาศาสตร์กลายเป็นปริศนา ห้องทดลองอาจมีคำตอบน้อย แต่ช่องคอมเมนต์มีบทภาคต่อไม่จำกัด

แหล่งข้อมูลและขอบเขตการตรวจสอบ

วันนี้อ่านเรื่องนี้

แต่ละบทความตอบคำถามที่ผู้อ่านบทความนี้มักสงสัยต่อ

ดูบทความทั้งหมดบทความเรื่อง วิธีสื่อสาร เพิ่มเติม

แชร์บทความนี้

หากบทความนี้มีประโยชน์ คุณสามารถสนับสนุนเว็บไซต์ได้ สนับสนุน

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา

อีกสักเรื่องไหม มีอะไรสนุก ๆ บ้าง

อ่านจบแล้วก็ลองต่อเลย: เรื่องใกล้เคียงไม่กี่เรื่อง และเรื่องที่ต่างไปเลยแต่สนุก

  1. เรื่องใกล้เคียงทำไม "ในฐานะสามี" "ในฐานะแฟน" "ในฐานะครอบครัว" ถึงเป็นต้นเหตุของการทะเลาะกัน
  2. ทำไมคลินิกสุขภาพจิตบังคับใส่หน้ากาก และปฏิเสธการรักษาได้ไหมถ้าไม่ซื้อ
  3. ต่างไปเลย แต่สนุกBadly in Love ซีซัน 2 เหมือนเกมเอาชีวิตรอดของพฤติกรรมมนุษย์มากกว่ารายการหาคู่ — Taichan โหมดชิวาวา กฎที่เรียนผิด ตลาดภาพลักษณ์ และบททดสอบรัก 14 วัน
  4. Tagalog / Filipino
  5. พอให้ AI เขียนบทความ ทุกย่อหน้าก็งอกคำว่า “อย่างไรก็ตาม” — การยกเครื่องโรงงานบทความเพื่อพางานวิจัยกลับไปอยู่หลังเวที
  6. อุนาจูกับอุนาดงต่างกันยังไง? ไปดูที่ Hasebe สาขาหลักในโอคาซากิแล้ว คำตอบคือปลาไหลมากกว่า 1.5 เท่า แถมโอชิโบริร้อนเกินเรื่อง

หาบทความอื่น

บทความทั้งหมด

Mendoi-chan

ผู้ดูแลเว็บไซต์

Mendoi-chan

เรียบเรียงความยุ่งยากในที่ทำงานและชีวิตประจำวันให้เป็นโครงสร้างที่ชัดเจนและขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง